MT4 vs MT5: เลือกโปรแกรมเทรดอันไหนดี?

BY TIOmarkets (ไทยi)

|มกราคม 23, 2569

คำถามยอดฮิตสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และมือโปรคือ "ควรใช้ MT4 หรือ MT5 ดีกว่ากัน?" ทั้งสองแพลตฟอร์มต่างก็เป็นที่นิยมและเปิดให้ดาวน์โหลดไปทดลองใช้ได้ฟรี แต่ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ บทความนี้จะเจาะลึกความเหมือนและความต่างของทั้งคู่ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

MetaTrader 4 (MT4) พัฒนาโดย MetaQuotes ออกแบบมาเพื่อการเทรด Forex และ Futures โดยเฉพาะ ด้วยความใช้งานง่าย รองรับการวิเคราะห์กราฟ การทำ Backtest และระบบเทรดอัตโนมัติ EA ทำให้ MT4 ครองใจเทรดเดอร์นับล้านและโบรคเกอร์ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

MetaTrader 5 (MT5)คือรุ่นสืบทอดที่ออกมาทีหลัง เป็นแพลตฟอร์มแบบ Multi-asset (เทรดได้หลายสินทรัพย์กว่า เช่น หุ้น) MT5 ได้รับรางวัลมากมายและรวมทุกฟีเจอร์ของ MT4 มาไว้ในตัว พร้อมอัปเกรดเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น

ทั้งคู่ใช้งานได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และเว็บเบราว์เซอร์ แต่จะเลือกอันไหนดี? คำตอบอยู่ที่สไตล์การเทรดของคุณ

MT4 vs MT5: ควรเลือกแพลตฟอร์มเทรดแบบไหนดี?

คำถามยอดฮิตที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเจอคือ "ควรเลือกใช้ MT4 หรือ MT5 ดี?" คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและความชอบของคุณ ทั้งสองแพลตฟอร์มต่างก็มีประสิทธิภาพและใช้งานง่ายเหมือนกัน

คนส่วนใหญ่นิยมใช้ MT4 เพราะความเรียบง่ายและมีคลังปลั๊กอินเสริมจากผู้พัฒนาภายนอก (Third-party) จำนวนมหาศาลให้เลือกใช้ในขณะที่อีกกลุ่มเริ่มหันมาชอบ MT5 มากกว่า เพราะมีความสามารถที่เหนือกว่า และมาพร้อมกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ทันสมัยและครบเครื่องกว่า

ในคู่มือเปรียบเทียบ MT4 vs MT5ฉบับนี้ เราจะชี้ให้เห็นถึงจุดเหมือนและจุดต่างของทั้งสองแพลตฟอร์มอย่างละเอียด โดยครอบคลุมหัวข้อการเปรียบเทียบดังนี้

  • User Interfaces and Layout: หน้าตาโปรแกรมและการจัดวาง
  • The Market Watch Window: หน้าต่างแสดงราคาและรายชื่อคู่เงิน
  • Toolbar Features: ฟีเจอร์บนแถบเครื่องมือ
  • Charting and Technical Indicators: กราฟราคาและอินดิเคเตอร์ทางเทคนิค
  • Trading Order Types: ประเภทของคำสั่งซื้อขาย
  • Account Management and Reporting: การจัดการบัญชีและการดูรายงานผล
  • Trading Automation and Strategy Tester: ระบบเทรดอัตโนมัติและระบบทดสอบกลยุทธ์
  • Platform Compatibility: ความเข้ากันได้ของแพลตฟอร์มกับอุปกรณ์ต่างๆ

หน้าตาและการจัดวาง

เมื่อคุณดาวน์โหลดและเปิดโปรแกรมขึ้นมา สิ่งแรกที่คุณจะสังเกตเห็นคือหน้าตาอินเทอร์เฟซและการจัดวางทั้งสองแพลตฟอร์มมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมาก โดยแบ่งองค์ประกอบหน้าจอออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ดังนี้

Market Watch: หน้าต่างแสดงรายชื่อคู่เงินและราคาทางด้านซ้าย

Chart Area: พื้นที่แสดงกราฟราคาขนาดใหญ่ตรงกลาง

Toolbar & Menus: แถบเครื่องมือและเมนูคำสั่งด้านบนสุด

Toolbox / Terminal: แถบเครื่องมือจัดการพอร์ตหรือเทอร์มินัลด้านล่าง

ทุกส่วนมีหน้าที่เฉพาะตัวและสามารถปรับแต่งได้ เพียงแค่คุณคลิกขวาในบริเวณนั้นๆ เมนูคำสั่งก็จะปรากฏขึ้นมาพร้อมตัวเลือกให้คุณปรับแต่งได้ทันที นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปิดหน้าต่างกราฟหลายๆ กราฟเพื่อดูพร้อมกันได้ในทั้งสองโปรแกรม

ข้อแตกต่างเพียงเล็กน้อยระหว่าง MT4 vs MT5 ในหัวข้อนี้คือ MT5 จะมีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยและอัปเดตกว่า นอกจากนี้ MT5 ยังมีตัวเลือกในการปรับแต่งที่ละเอียดกว่า และมีฟีเจอร์ที่แสดงบนแถบ Toolbar ให้เรียกใช้งานได้ชัดเจนกว่ารุ่นพี่อย่าง MT4

หน้าต่าง Market Watch MT4 vs MT5

หน้าต่าง Market Watch คือส่วนสำคัญที่รวบรวมรายชื่อสัญลักษณ์หรือคู่เงินทั้งหมดที่เปิดให้เทรด คุณสามารถปรับแต่งหน้านี้ได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเลือกแสดงคู่เงินทั้งหมดหรือคัดเฉพาะรายการโปรดเพื่อให้ดูง่ายขึ้น

บน MT4 คุณจะเห็นราคา Bid และ Ask ของแต่ละคู่เงินเป็นหลัก โดยความสามารถในการปรับแต่งจะทำได้แค่พื้นฐาน เช่น การเพิ่มคอลัมน์เพื่อดูราคาสูงสุด/ต่ำสุดประจำวัน (High/Low) และค่าสเปรด (Spread)

ในทางกลับกัน การเปรียบเทียบ MT4 vs MT5 ตรงจุดนี้จะเห็นได้ชัดว่า MT5 ชนะแบบกินขาดเพราะอนุญาตให้คุณปรับแต่งหน้าต่าง Market Watch ได้ละเอียดถึง 46 จุดข้อมูล คุณสามารถดึงข้อมูลเหล่านี้มาแสดงเป็นคอลัมน์แยกข้างๆ ราคา Bid/Ask ได้เลย

แพลตฟอร์ม MT5 ยังมีแท็บเพิ่มเติมที่ด้านล่างของหน้าต่าง Market Watch ซึ่งช่วยให้คุณดูรายละเอียดผลงานรายวันของแต่ละคู่เงินได้ และที่เจ๋งกว่าคือแท็บ "Trading" ที่เปลี่ยนลิสต์รายชื่อให้กลายเป็นแผงปุ่มกดเทรดแบบ One-click Trade Panel ได้ทันที นี่เป็นฟีเจอร์สำหรับคนที่ชอบมองเห็นภาพรวมแบบแผงเทรด มากกว่าการมองเป็นตารางตัวเลขแบบเดิมๆ ใน MT4

อย่างไรก็ตาม การเปิดออเดอร์โดยตรงจากหน้าต่าง Market Watch สามารถทำได้ในทั้งสองแพลตฟอร์ม เพียงแค่คลิกขวาที่สัญลักษณ์คู่เงินที่ต้องการ แล้วเลือกเมนู "New Order" (คำสั่งซื้อขายใหม่) จากป็อปอัปเมนู

ฟีเจอร์บนแถบเครื่องมือ

แถบเครื่องมือจะวางอยู่ด้านบนสุดของทั้งสองแพลตฟอร์ม ประกอบไปด้วยชุดเมนูและปุ่มกดต่างๆ ไอคอนเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว เปลี่ยนประเภทกราฟ ปรับ Timeframe และเรียกใช้เครื่องมือวาดเขียนต่างๆ เพื่อวิเคราะห์กราฟได้ทันที

ทั้งสองแพลตฟอร์มมีพื้นฐานที่คล้ายกัน คือมีประเภทกราฟให้เลือก 3 แบบ มีอินดิเคเตอร์มาตรฐานสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคครบครันมีระบบทดสอบกลยุทธ์และสภาพแวดล้อมสำหรับการเขียนโปรแกรม

เมื่อเปรียบเทียบ MT4 vs MT5 ในรายละเอียดจะพบว่า MT5 มีตัวเลือกที่มากกว่าและหลากหลายกว่าอย่างเห็นได้ชัด

อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค:MT5 มีให้เลือก 38 ตัว ในขณะที่ MT4 มี 30 ตัว

วัตถุกราฟิกสำหรับวาดเขียน (Graphical Objects): MT5 มีให้เลือก 44 แบบ ในขณะที่ MT4 มี 31 แบบ

กรอบเวลาของกราฟ: MT5 มีให้เลือกละเอียดถึง 21 แบบ ในขณะที่ MT4 มีเพียง 9 แบบ

แม้ว่าเครื่องมือบน MT4 จะเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้ส่วนใหญ่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า MT5 มอบฟีเจอร์ที่เหนือกว่ารุ่นพี่อย่างมาก ฟีเจอร์เหล่านี้อาจไม่ได้แสดงให้เห็นทั้งหมดในตอนแรก แต่คุณสามารถปรับแต่งแถบเครื่องมือให้แสดงเฉพาะสิ่งที่คุณใช้งานบ่อยๆ ได้ตามความต้องการ

กราฟและอินดิเคเตอร์ทางเทคนิค

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักทุ่มเทความสนใจไปที่พื้นที่กราฟ (Chart Area) มากที่สุด เพราะนี่คือเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในการช่วยตัดสินใจเทรดอย่างชาญฉลาด

ในแง่ของรูปลักษณ์และความรู้สึกพื้นที่กราฟของ MT4 vs MT5 แทบจะเหมือนกันทุกประการ ทั้งสองแพลตฟอร์มอนุญาตให้คุณปรับแต่งค่าต่างๆ ได้ และมาพร้อมกับอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคมากมาย ซึ่งคุณสามารถเลือกวางซ้อนทับบนกราฟราคา หรือแยกไว้ในหน้าต่างด้านล่างก็ได้ นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังสามารถเปิดดูกราฟได้หลายหน้าต่างพร้อมกัน

ข้อแตกต่างหลักคือ MT4 มีอินดิเคเตอร์มาตรฐานที่ติดตั้งมาพร้อมโปรแกรมน้อยกว่า แต่กลับมี คลังปลั๊กอินจากภายนอก(Third-party plug-ins) ที่ใหญ่กว่า MT5 มาก สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ MT4 เปิดตัวมานานกว่า และยังคงมีชุมชนเทรดเดอร์ใช้งานอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้มีการพัฒนาเครื่องมือเสริมออกมามากมายมหาศาล

สิ่งที่ MT5 เหนือกว่าคือการมีปฏิทินเศรษฐกิจติดตั้งมาให้ในตัว ในขณะที่ MT4 ไม่มี ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาสลับหน้าจอไปเช็คข่าวเศรษฐกิจจากเว็บอื่น โดยระบบจะแสดงตัวบ่งชี้เตือนบนแกนเวลาของกราฟให้เห็นเลยว่าข่าวสำคัญจะประกาศเมื่อไหร่

ทั้งสองแพลตฟอร์มสามารถเข้าถึงตลาด MQL4 และ MQL5 Marketplace ได้โดยตรง เพื่อค้นหาและดาวน์โหลดอินดิเคเตอร์หรือสคริปต์ที่สร้างขึ้นเอง และทั้งคู่รองรับการเปิดและแก้ไขคำสั่งซื้อขายจากบนกราฟได้โดยตรง รวมถึงสามารถดูจุดเปิดและปิดของออเดอร์ในอดีตบนหน้ากราฟได้เช่นกัน

ประเภทคำสั่งซื้อขาย

ในการส่งคำสั่งซื้อขายบนทั้งสองแพลตฟอร์ม คุณสามารถทำได้หลายวิธี วิธีแรกและง่ายที่สุดคือการคลิกที่ปุ่ม New Order บนแถบเครื่องมือ ซึ่งจะปรากฏหน้าต่างแสดงตัวเลือกประเภทคำสั่งต่างๆ ขึ้นมา เช่น Market Execution คำสั่งซื้อหรือขายทันที ณ ราคาตลาดปัจจุบัน หรือ คำสั่งซื้อหรือขายล่วงหน้า ณ ราคาที่กำหนดไว้

เมื่อเปรียบเทียบ MT4 vs MT5 ในเรื่องนี้ MT5 มีความยืดหยุ่นกว่ามาก แม้ทั้งคู่จะสามารถตั้งค่า Stop Loss, Take Profit และกำหนดวันหมดอายุของคำสั่งล่วงหน้าได้เหมือนกัน แต่ MT5 มีประเภทคำสั่ง Pending Order ที่มากกว่า

บนแพลตฟอร์ม MT5 เท่านั้นที่มีคำสั่งพิเศษคือ "Buy Stop Limit" และ "Sell Stop Limit" หลักการทำงานคือเป็นคำสั่งลูกผสมระหว่าง Stop Order และ Limit Order คุณต้องระบุราคา 2 ระดับ คือ "ราคาแรก" เพื่อเป็นตัว Trigger เมื่อราคาตลาดวิ่งมาแตะราคานี้ ระบบถึงจะวางคำสั่ง Pending Order ใน "ราคาที่สอง" ให้คุณโดยอัตโนมัติ

ทั้งสองแพลตฟอร์มคุณสามารถคลิกขวาที่พื้นที่กราฟและเลือกเมนูซื้อขายได้ทันที หรือจะใช้ฟีเจอร์ One-click Trading จากแผงบนหน้ากราฟก็ได้ (ต้องเปิดใช้งานก่อน)

อีกหนึ่งจุดที่ MT5 เหนือกว่าคือมีหน้าต่าง DOM (Depth of Market) เพื่อดูความลึกของตลาดและปริมาณการซื้อขายในแต่ละระดับราคา ซึ่งฟีเจอร์นี้ ไม่มีใน MT4

การจัดการบัญชีและการรายงานผล
การบริหารจัดการพอร์ตและการดูรายงานผลประกอบการ สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแถบเครื่องมือด้านล่างของหน้าจอ (ใน MT4 เรียกว่า Terminal ส่วนใน MT5 เรียกว่า Toolbox) โดยหลักๆ แล้วจะมีแท็บสำคัญคือ "Trade" และ "Account History" ซึ่งจะแสดงรายการออเดอร์ที่เปิดอยู่, ออเดอร์ที่ตั้งรอล่วงหน้าและออเดอร์ที่ปิดทำกำไรไปแล้วทั้งหมด

ในส่วนนี้การทำงานของ MT4 vs MT5แทบจะไม่แตกต่างกัน คุณสามารถคลิกขวาที่ออเดอร์เพื่อทำการแก้ไขหรือปิดสถานะได้ทันที รวมถึงสามารถปรับแต่งคอลัมน์เพื่อเลือกแสดงข้อมูลที่ต้องการได้เหมือนกัน

ทั้งสองแพลตฟอร์มอนุญาตให้คุณดูประวัติการเทรดย้อนหลังได้ผ่านแท็บ Account History ซึ่งสามารถกรองดูข้อมูลตามช่วงเวลาและกดเรียงลำดับข้อมูลในแต่ละคอลัมน์ได้ MT5 มีฟังก์ชันการรายงานที่เหนือกว่าเล็กน้อย ตรงที่คุณสามารถ "กรองผลลัพธ์ตามชื่อคู่เงิน" (Filter by Symbol) ได้ ซึ่งช่วยให้คุณเจาะจงดูผลประกอบการของสินทรัพย์รายตัวได้ง่ายขึ้น

ไม่ว่าคุณจะใช้แพลตฟอร์มไหน คุณก็สามารถ Export รายงานออกมาเป็นไฟล์ HTML ได้เหมือนกัน ซึ่งในรายงานจะสรุปสถิติสำคัญเกี่ยวกับพอร์ตของคุณไว้อย่างครบถ้วน ข้อมูลเหล่านี้มีค่ามากในการนำมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดให้ดียิ่งขึ้น

ระบบเทรดอัตโนมัติและการทดสอบกลยุทธ์

คุณทราบไหมว่าคุณสามารถเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรดให้เป็นระบบอัตโนมัติได้! นี่คือฟีเจอร์ที่ดึงดูดใจเทรดเดอร์จำนวนมาก เพราะปัญหาใหญ่ที่สุดของนักลงทุนคือการควบคุมอารมณ์ การใช้ระบบอัตโนมัติจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

หากคุณเขียนโค้ดเป็นหรือจ้างโปรแกรมเมอร์เขียนให้ทั้ง MT4 และ MT5 ก็พร้อมที่จะส่งคำสั่งซื้อขายแทนคุณตามระบบอย่างเคร่งครัด ช่วยให้คุณเทรดได้อย่างเป็นระบบและประหยัดเวลาเฝ้าหน้าจอ

ข้อแตกต่างหลักระหว่าง MT4 vs MT5 ในมุมของการเทรดอัตโนมัติและอินดิเคเตอร์แบบกำหนดเอง คือ ใน MT4 สคริปต์และ Robot จะเขียนด้วยภาษา MQL4 และใน MT5 สคริปต์และ Robot จะเขียนด้วยภาษา MQL5

สิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มหนึ่งจะไม่สามารถนำไปใช้ข้ามแพลตฟอร์มกันได้ ดังนั้นหากคุณมี EA ตัวเก่งที่เขียนบน MT4 คุณจะไม่สามารถย้ายไปรันบน MT5 ได้ทันที คุณต้องเขียนโค้ดใหม่เท่านั้น

เนื่องจาก MT4 เปิดตัวมานานกว่า จึงทำให้ในตลาด (Marketplace) มีคลังอินดิเคเตอร์และสคริปต์จากผู้พัฒนาภายนอก (Third-party) ให้เลือกดาวน์โหลดเยอะกว่า MT5

ทั้งสองแพลตฟอร์มยังมีเครื่องมือสำหรับเขียนโค้ด (MetaEditor) และระบบทดสอบย้อนหลัง (Backtest) เพื่อดูว่าระบบของคุณจะทำกำไรได้จริงไหมจากข้อมูลราคาในอดีต แต่ในจุดนี้ MT5 ทำได้ดีกว่า เพราะมีตัวเลือกและพารามิเตอร์ในการทำ Backtest ที่ละเอียดและหลากหลายกว่า

Copy Trading และสัญญาณเทรด

หากการเขียนโค้ดระบบอัตโนมัติฟังดูยากเกินไป ทางเลือกที่ง่ายและตรงไปตรงมากว่าคือการ Copy Trade

วิธีนี้ไม่ต้องการทักษะการเขียนโปรแกรมใดๆ เพราะจะมีคนอื่นทำหน้าที่เทรดแทนคุณ สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่เชื่อมต่อบัญชีของคุณเข้ากับบัญชีของพวกเขา เพื่อคัดลอกคำสั่งการซื้อขาย ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาเปิดออเดอร์ สัญญาณจะถูกส่งมายังบัญชีของคุณเพื่อทำการคัดลอกตามทันที

ทั้ง MT4 vs MT5เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทุกคนสามารถเผยแพร่ประวัติการเทรดของตนเองเพื่อผันตัวเป็นผู้ให้บริการสัญญาณ (Signal Provider) ได้ คุณสามารถค้นหาฟีเจอร์นี้ได้ที่แท็บ Signals ซึ่งจะอยู่ในหน้าต่าง Terminal (สำหรับ MT4) หรือ Toolbox (สำหรับ MT5) ที่ด้านล่างของโปรแกรม

ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากสำหรับเทรดเดอร์ที่ไม่ค่อยมีเวลาเฝ้าหน้าจอเทรดเอง หรือผู้ที่สมัครใจจะ Copy ความสำเร็จของคนอื่นมากกว่าที่จะวิเคราะห์กราฟด้วยตัวเอง

ความเข้ากันได้กับอุปกรณ์

MT4 และ MT5 เป็นโปรแกรมที่กินทรัพยากรเครื่องน้อยมากดังนั้นคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนทั่วไปในปัจจุบันจึงสามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลโดยไม่มีปัญหา

สำหรับลูกค้า TIOmarketsเรามีแพลตฟอร์มรองรับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

Windows: รองรับทั้ง MT4 และ MT5

iOS (iPhone/iPad): รองรับทั้ง MT4 และ MT5

macOS: รองรับแพลตฟอร์ม MT5

คุณสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมทั้งหมดนี้ได้ง่ายๆ ผ่านพื้นที่สมาชิกเพียงแค่ล็อกอินเข้าสู่ระบบและไปที่เมนู Download Centre

ในการใช้งานคุณจำเป็นต้องมีบัญชีเทรดเพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบ ซึ่งตรงนี้คือจุดสำคัญที่ต้องแยกแยะระหว่าง MT4 vs MT5

บัญชีที่เปิดมาเพื่อ MT4 จะใช้ล็อกอินได้เฉพาะบนโปรแกรม MT4 เท่านั้น หากคุณต้องการเทรดบน MT5 คุณจำเป็นต้อง เปิดบัญชีใหม่ที่เป็นประเภท MT5 แยกต่างหาก

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

หากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใช้อันไหนดี ทั้งสองแพลตฟอร์มมีความคล้ายคลึงกันมากและคุ้มค่าที่จะทดลองใช้ทั้งคู่

MT4 มีความตรงไปตรงมาและใช้งานง่าย แม้ว่าเทคโนโลยีจะค่อนข้างเก่า แต่ก็ยังคงครองแชมป์เป็นแพลตฟอร์ม Forex ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนา (MetaQuotes) ได้ประกาศหยุดการสนับสนุนและหยุดพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับ MT4 แล้ว เพื่อทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปที่แพลตฟอร์มรุ่นใหม่

ทรัพยากรและการพัฒนาทั้งหมดกำลังมุ่งไปที่ MT5 ด้วยเหตุนี้ฐานผู้ใช้งานของ MT5 จึงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเวลาผ่านไป คลังอินดิเคเตอร์และสคริปต์ต่างๆ ก็จะถูกพัฒนาให้มีจำนวนมหาศาลเทียบเท่ากับที่ MT4 เคยทำได้

เลือก MT4: หากคุณกำลังมองหาความเรียบง่าย และต้องการเข้าถึงคลัง Custom Indicators และสคริปต์ที่มีให้เลือกใช้เยอะที่สุดในตอนนี้ MT4 คือคำตอบสำหรับคุณ

เลือก MT5: หากคุณชอบความทันสมัย บนเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และต้องการฟีเจอร์มาตรฐานที่เหนือกว่า พร้อมรองรับการใช้งานในระยะยาวแบบไม่ตกยุค MT5 คือคำตอบสำหรับคุณ

ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน ทั้งสองแพลตฟอร์มก็พร้อมสนับสนุนทุกกลยุทธ์การเทรดของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์กราฟ, การส่งคำสั่งซื้อขาย, การใช้ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือการ Copy Trade

เริ่มต้นวันนี้กับ TIOmarketsดาวน์โหลดโปรแกรม และทดลองใช้งาน MT4 หรือ MT5 ด้วยตัวคุณเองได้เลย

Inline Question Image

คำสงวนความรับผิด: สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงระบบการทำงานของ สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่ อย่าฝากมากกว่าจำนวนเงินที่คุณพร้อมจะสูญเสีย การขาดทุนของลูกค้ามืออาชีพอาจมากกว่าเงินฝากของพวกเขา โปรดดูนโยบายคำเตือนความเสี่ยงของเราและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระหากคุณไม่เข้าใจส่วนใด ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หรือใช้โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในบางประเทศ/เขตอำนาจศาล โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สหรัฐอเมริกาและ OFAC บริษัทมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายชื่อประเทศข้างต้นตามดุลยพินิจของตนเอง

Join us on social media

image-959fe1934afa64985bb67e820d8fc8930405af25-800x800-png
TIOmarkets (ไทยi)

เบื้องหลังทุกบทความในบล็อก คือประสบการณ์ร่วมของทีมงานมืออาชีพและผู้ที่หลงใหลในตลาดการเงินที่ TIOmarkets เราคือทีมงานที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นในการให้ความรู้เกี่ยวกับการเทรดและการวิเคราะห์ตลาดการเงินแก่คุณ เป้าหมายของเราคือส่งมอบความรู้ที่จำเป็น เพื่อให้คุณมีความมั่นใจในการเทรดในตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

24/7 Live Chat