ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด Forex เบื้องหลังที่ทำให้กราฟราคาเคลื่อนไหว
BY TIOmarkets (ไทยi)
|มกราคม 27, 2569คุณเคยสงสัยไหมว่า เทรดเดอร์มืออาชีพเขาดูอะไรกันเวลาตัดสินใจเข้าออเดอร์? ทำไมจู่ๆ กราฟก็พุ่งขึ้นแรง หรือทิ้งดิ่งลงเหว? คำตอบทั้งหมดอยู่ในบทความนี้
หากคุณกำลังเทรดอยู่ หรือมีแผนจะกระโดดเข้าสู่ตลาด Forex การรู้เท่าทันปัจจัยที่มีผลต่อตลาด Forexคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณอยู่รอดและทำกำไรได้ เพราะตลาดแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความผันผวนที่สูงที่สุดในโลก และความผันผวนเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีตัวขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังเสมอ
มาดูกันว่า 8 ปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาด Forexมีอะไรบ้าง
อะไรคือตัวขับเคลื่อนตลาด Forex
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่สุขภาพทางเศรษฐกิจ ของแต่ละประเทศจะมีผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าของสกุลเงินชาตินั้นๆ โดยหลักการทำงานของมันสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ ดังนี้
หากการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดีและอัตราการว่างงานต่ำ นักลงทุนจะมีความกล้าที่จะรับความเสี่ยงและขนเงินเข้ามาลงทุนมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็มีความมั่นใจในรายได้ของตนเอง ทำให้กล้าจับจ่ายใช้สอย ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
ในทางตรงกันข้ามหากเศรษฐกิจชะลอตัวหรือมีคนตกงานจำนวนมาก ทั้งนักลงทุนและผู้บริโภคจะเริ่มมองโลกในแง่ร้าย ทำให้พวกเขาหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและประหยัดการใช้จ่าย ซึ่งแรงกดดันนี้มักทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจบางตัวก็มีอิทธิพลต่อกราฟมากกว่าตัวอื่นๆ เรามาดูกันว่ามีตัวไหนบ้างที่สำคัญที่สุด
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
GDP (Gross Domestic Product) คือเกรดเฉลี่ยของเศรษฐกิจประเทศนั้นๆ มันคือมูลค่ารวมของสินค้าและบริการทั้งหมดที่ผลิตขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อตัวเลข GDPถูกประกาศออกมา มันคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่าเศรษฐกิจกำลังรุ่งหรือร่วง เทรดเดอร์จะใช้ข้อมูลนี้เป็นเข็มทิศหลักในการตัดสินใจซื้อหรือขายค่าเงิน
ยอดค้าปลีก
ยอดค้าปลีกคือตัวเลขยอดขายจากร้านค้าและร้านอาหาร ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดว่าผู้บริโภคยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินแค่ไหน
การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคคือเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากผู้คนมีความมั่นใจในเศรษฐกิจและความมั่นคงของงาน พวกเขาจะออมเงินน้อยลงและใช้จ่ายมากขึ้นซึ่งส่งผลดีต่อค่าเงิน
ข้อมูลการจ้างงาน
ตัวเลขนี้สัมพันธ์โดยตรงกับเงินในกระเป๋าคน เมื่ออัตราว่างงานสูง คนไม่มั่นใจในความมั่นคงของงาน ก็จะไม่กล้าใช้เงิน รัฐเก็บภาษีได้น้อยลง แถมยังต้องจ่ายเงินช่วยเหลือคนว่างงานมากขึ้น
ข้อมูลการจ้างงาน (เช่น Non-Farm Payrolls ของสหรัฐฯ) มีความสัมพันธ์โดยตรงกับสุขภาพเศรษฐกิจ เทรดเดอร์จะจับตาดูตัวเลขนี้แบบไม่กะพริบตา เพราะมันคือหนึ่งในตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจปัจจัยที่ทำให้ตลาด Forex เหวี่ยงแรงที่สุด
ดัชนีราคาผู้บริโภค CPI
CPI (Consumer Price Indices) คือเครื่องมือวัดราคาสินค้าและบริการที่จำเป็น หรือเรียกง่ายๆ ว่าตัววัดเงินเฟ้อนั่นเอง
หากราคาสินค้าสูงขึ้น (เงินเฟ้อ) อำนาจในการซื้อของเราจะลดลงธนาคารกลางจะเฝ้าระวังตัวเลข CPI อย่างใกล้ชิด หากเงินเฟ้อสูงเกินไป พวกเขาอาจต้องออกมาตรการนโยบายการเงิน(เช่น การขึ้นดอกเบี้ย) เพื่อจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งการขยับตัวของธนาคารกลางนี่แหละครับที่ทำให้กราฟวิ่งกระจาย
คุณไม่จำเป็นต้องนั่งเดาว่าข่าวจะออกเมื่อไหร่ เพราะมีเครื่องมือที่เรียกว่าปฏิทินเศรษฐกิจช่วยบอกล่วงหน้า
ปฏิทินเศรษฐกิจ ช่วยบอกวัน-เวลาที่ตัวเลขเศรษฐกิจจะประกาศ และที่สำคัญคือมันจะบอกระดับความรุนแรงของข่าวนั้นๆ ว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินมากน้อยแค่ไหน ก่อนเริ่มเทรดทุกวัน จงเช็คปฏิทินเศรษฐกิจเสมอ เพราะเหตุการณ์เหล่านี้มักเป็นตัวจุดชนวนให้ตลาด Forex เคลื่อนไหว
นโยบายธนาคารกลาง: ผู้กำหนดชะตาตลาด Forex
ลองไปถามเทรดเดอร์คนไหนก็ได้ พวกเขาจะบอกคุณว่าตลาด Forex ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคผสมกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดนโยบายธนาคารกลาง (Central Bank Policy) คือปัจจัยที่มีอิทธิพลเหนือกว่าทุกสิ่งและเป็นตัวการหลักที่ทำให้กราฟเปลี่ยนทิศทาง
ธนาคารกลาง หรือแบงก์ชาติ มีเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ รักษาเสถียรภาพของราคาคือการคุมเงินเฟ้อให้ต่ำและนิ่ง การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ คือการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน และสร้างความมั่งคั่ง และเครื่องมือไม้ตายที่พวกเขาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้ก็คืออัตราดอกเบี้ยนั่นเอง
อัตราดอกเบี้ยเปรียบเสมือนแรงดึงดูดของเงินทุน หากดอกเบี้ยต่ำ จะทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นหมดเสน่ห์ในสายตานักลงทุน เพราะพวกเขาจะย้ายเงินหนีไปหาประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ข้อดีคือช่วยกระตุ้นให้คนกู้เงินมาลงทุนและใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลดีต่อภาคการส่งออก
หากดอกเบี้ยสูง จะให้ผลตรงกันข้าม คือช่วยดึงดูดเงินทุนไหลเข้าประเทศ เพราะฝากกินดอกเบี้ยก็คุ้มแล้ว ส่งเสริมการออม แต่ทำให้คนกู้ยืมลดลง ข้อดีคือช่วยลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจและสกัดเงินเฟ้อได้ชะงัด แต่อาจทำให้ค่าเงินแข็งค่าจนกระทบภาคส่งออก
อัตราดอกเบี้ยคือหัวใจสำคัญของการเทรด Forex ทุกครั้งที่มีข่าวการ ขึ้น หรือ ลด ดอกเบี้ย กราฟจะวิ่งแรงเสมอ เพราะเทรดเดอร์ทั่วโลกต้องรีบปรับพอร์ตการลงทุนตามทิศทางดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไป
การเก็งกำไรของนักลงทุนรายใหญ่และภาคธุรกิจ
แม้ตลาด Forex จะเปิดกว้างสำหรับทุกคน แต่ความจริงแล้วสาเหตุที่กราฟพุ่งขึ้นหรือดิ่งลงแรงๆ ในแต่ละวันนั้น เกิดจากคนเพียง 2 กลุ่มที่มีอำนาจการซื้อขายมหาศาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดมากที่สุด ได้แก่:
Large Speculators:กลุ่มนักเก็งกำไรรายใหญ่ เช่น กองทุน Hedge Funds ที่หวังผลกำไรจากส่วนต่างราคา
Commercials:กลุ่มบริษัทพาณิชย์ข้ามชาติขนาดใหญ่ ที่เทรดเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
คุณไม่จำเป็นต้องเดาทางพวกเขาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะคุณสามารถติดตามสถานะการถือครองของพวกเขาได้ผ่านรายงานที่ชื่อว่า Commitment of Traders (COT Report) ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) แม้รายงานนี้จะแสดงข้อมูลจากตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Futures) เป็นหลัก แต่เทรดเดอร์มืออาชีพก็นิยมใช้มันเป็นตัวแทนเพื่ออ่านอารมณ์และทิศทางของตลาด Spot ที่เราเทรดกันอยู่
บ่อยครั้งที่นักลงทุน 2 กลุ่มนี้มักจะถือครองสถานะในทิศทางที่ตรงกันข้ามกัน การเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของพวกเขาจะช่วยให้คุณเห็นเบาะแสสำคัญในการตัดสินใจเทรดที่แม่นยำกว่ารายย่อยทั่วไป
เหตุการณ์ทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์
นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ภูมิทัศน์ทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เขย่าตลาด Forex ได้รุนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อมีการเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนตัวผู้นำ เพราะผู้นำคนใหม่มักมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายบริหารประเทศ ซึ่งความไม่แน่นอนนี้เองที่ทำให้ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนัก
ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ BREXIT (2016) การลงประชามติของสหราชอาณาจักรเพื่อออกจากสหภาพยุโรป คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ทันทีที่ผลโหวตออกมาว่าออกมันได้จุดชนวนแผ่นดินไหวทางการเงินไปทั่วโลก เราได้เห็นค่าเงินปอนด์เทียบดอลลาร์ ร่วงลงถึง 1,800 pips ในวันเดียว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ทำให้ทั้งตลาด Forex สั่นสะเทือน
วิกฤตโรคระบาด (COVID-19) ช่วงเวลาที่โลกปั่นป่วนมักนำความโกลาหลมาสู่ตลาด Forex เสมอ เมื่อไวรัสโคโรนาแพร่ระบาดไปทั่วโลกในปี 2019 รัฐบาลต่างๆ ต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ห่วงโซ่อุปทานขาดตอน และกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คนในช่วงนั้นตลาดการเงินทั่วโลกเกิดการปรับฐานราคาครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด Forex มากที่สุดในยุคปัจจุบัน
ภัยธรรมชาติกับผลกระทบต่อตลาด Forex
ภัยธรรมชาติไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ทางกายภาพ แต่ยังมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อค่าเงินด้วย เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นักลงทุนที่กลัวความเสี่ยงมักจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและแห่กันไปหลบภัยในสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar) ซึ่งพฤติกรรมนี้เองที่ทำให้ราคากราฟเกิดการพุ่งขึ้นหรือดิ่งลงอย่างรุนแรง
หากคุณอยากเข้าใจว่าทำไมภัยธรรมชาติถึงเขย่าค่าเงินได้ ให้มองไปที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เช่น:
การหยุดชะงัก (Disruptions):ภัยพิบัตินำมาซึ่งปัญหาด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ทำให้ระบบเศรษฐกิจเดินต่อไม่ได้
ต้นทุนการฟื้นฟู (Rebuilding Costs):รัฐบาลต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการซ่อมแซมประเทศ
เงินเฟ้อ (Inflation):สินค้าขาดแคลนอาจดันให้ราคาสูงขึ้น ก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ
ความรุนแรงของความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานคือตัวแปรสำคัญ หากเสียหายหนัก ย่อมกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขในตลาดการเงิน รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนไปในที่สุด
ปัจจัยทางเทคนิคและระดับราคา
ในขณะที่เทรดเดอร์ต้องคอยจับตาดูปัจจัยภายนอก เช่น ข่าวเศรษฐกิจ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือกลยุทธ์และวิธีการเทรดของเทรดเดอร์เองที่ใช้ในการคาดการณ์ราคา
สิ่งที่ขับเคลื่อนตลาดจริงๆ คือปฏิกิริยาของเทรดเดอร์ที่มีต่อข้อมูลเหล่านั้น เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักจะมองหาจุดที่น่าสนใจ เช่น ปริมาณการซื้อขาย และ ระดับราคาที่มีนัยสำคัญ เพื่อตัดสินใจว่าจะซื้อหรือขาย
เทคนิคง่ายๆ ที่คุณทำตามได้ คือลองเปิดกราฟคู่เงินที่คุณชอบ แล้วตีเส้นแนวนอนตรงที่ราคาเป็นตัวเลขกลมๆ เช่น 1.3000, 1.3100 หรือ 1.3200 สิ่งที่คุณจะพบคือ ราคามักจะมีปฏิกิริยาบางอย่างเมื่อวิ่งมาชนเส้นเหล่านี้ เช่น อาจเกิดการกลับตัวในระยะสั้นหรือยาว เทรดเดอร์ทั่วโลกกำลังจ้องมองและตั้ง Order ซื้อขายที่ระดับราคาเดียวกันนี้
แม้การกระทำของเทรดเดอร์รายย่อยคนเดียวอาจไม่ส่งผลอะไร แต่เมื่อเกิดพฤติกรรมหมู่ที่ทำพร้อมๆ กัน ในระดับราคาเดียวกัน มันจะทรงพลังพอที่จะเปลี่ยนสมดุลของ Demand และ Supply จนทำให้กราฟพุ่งหรือร่วงได้อย่างรุนแรง
อารมณ์ตลาดและแนวโน้มราคา
ตลาด Forex จะเป็นอย่างไรต่อไป? นี่คือคำถามยอดฮิตที่เทรดเดอร์ทุกคนเฝ้าถามตัวเอง แต่คำตอบนั้นมักซับซ้อนและวิเคราะห์ได้ยาก อย่างไรก็ตาม หลักการพื้นฐานที่สุดยังคงเป็นเรื่องของอุปสงค์และอุปทาน
- Demand สูง:หากมีความต้องการสกุลเงินใดมากๆ ราคาของมันควรจะ"สูงขึ้น"
- Supply สูง:หากมีความต้องการขายหรือปริมาณในตลาดล้นเกิน ราคาของมันควรจะ"ต่ำลง"
เมื่อเวลาผ่านไป แรงซื้อขายเหล่านี้จะก่อให้เกิดแนวโน้มราคาและการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ตลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะกลุ่มขาใหญ่และภาคธุรกิจ เมื่อคนกลุ่มนี้เริ่มขยับตัวตามเทรนด์ ไม่ว่าจะเพื่อเก็งกำไรหรือเพื่อธุรกิจ พวกเขาจะมีพลังมากพอที่จะผลักดันให้กราฟวิ่งไปในทิศทางนั้นจริงๆ
การวิเคราะห์อารมณ์ตลาด เครื่องมือนี้ช่วยให้เราประเมินได้คร่าวๆ ว่าคนส่วนใหญ่ในตลาดกำลังคิดอะไรอยู่ เทรดเดอร์จะใช้ข้อมูลนี้ในการตัดสินใจว่าจะเข้าซื้อหรือขาย ซึ่งการตัดสินใจเหล่านั้นก็จะวนกลับไปเพิ่มปริมาณ Supply หรือ Demand ในตลาดอีกทอดหนึ่ง
คุณรู้หรือไม่? คุณสามารถดูข้อมูล Client Sentiment ดูว่าลูกค้าส่วนใหญ่กำลังซื้อหรือขาย และสถานะการถือครองของลูกค้า TIOmarkets ได้จริงๆ ผ่านทาง Forex Dashboardของเรา
บทสรุป
การเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่การดูกราฟเปล่าๆ แต่คือการเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อตลาด Forexในภาพรวม
- ระยะสั้น:จับตาดูข่าว GDP, การจ้างงาน และการประกาศดอกเบี้ย
- ระยะยาว:วิเคราะห์เทรนด์เศรษฐกิจและการเมืองโลก
- เหตุไม่คาดฝัน:ระวังภัยธรรมชาติและวิกฤตการณ์ต่างๆ
การพยายามทำความเข้าใจ ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด Forexจะช่วยให้คุณทำนายอนาคตของราคาได้แม่นยำขึ้น หากคุณรู้เหตุผลว่าทำไมสกุลเงินนี้ถึงถูกเทขาย หรือทำไมสกุลเงินนั้นถึงมีแรงซื้อ คุณจะมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนกว่าแค่การเดาสุ่ม
และอย่าลืมว่าอารมณ์ของมนุษย์คือปัจจัยอันดับหนึ่งที่ปั่นป่วนตลาด จงคิดเสมอว่าข่าวนี้จะกระทบต่อความโลภและความกลัวของผู้คนอย่างไร และมันจะส่งผลต่อ Demand & Supply ของค่าเงินอย่างไร
เริ่มต้นฝึกฝนวันนี้
ด้วยการศึกษา สังเกต และฝึกฝน คุณจะสามารถใช้ปัจจัยเหล่านี้คาดการณ์ทิศทางตลาดได้ เช็คปฏิทินเศรษฐกิจ ดูว่าข่าวแรงๆ ครั้งต่อไปจะมาเมื่อไหร่ แล้วสังเกตว่ากราฟวิ่งอย่างไร
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ TIOmarkets โบรกเกอร์ Forex ชั้นนำ เข้าถึงโอกาสทางการเทรดระดับโลก ด้วยความไว้วางใจจากการเทรดเดอร์มากกว่า 170,000 บัญชีในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก พร้อมแหล่งความรู้ด้านการลงทุนที่ครอบคลุมของเรา คุณจะได้เรียนรู้วิธีการเทรดผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากกว่า 300 รายการใน 5 ตลาดด้วยค่าธรรมเนียมต่ำสุดพิเศษ
อย่ารอช้าที่จะพิสูจน์ฝีมือของคุณ เปิดบัญชีเทรดกับ TIOmarkets วันนี้ และเริ่มต้นเทรดไปพร้อมกับเรา!

คำสงวนความรับผิด: สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงระบบการทำงานของ สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่ อย่าฝากมากกว่าจำนวนเงินที่คุณพร้อมจะสูญเสีย การขาดทุนของลูกค้ามืออาชีพอาจมากกว่าเงินฝากของพวกเขา โปรดดูนโยบายคำเตือนความเสี่ยงของเราและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระหากคุณไม่เข้าใจส่วนใด ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หรือใช้โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในบางประเทศ/เขตอำนาจศาล โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สหรัฐอเมริกาและ OFAC บริษัทมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายชื่อประเทศข้างต้นตามดุลยพินิจของตนเอง
Join us on social media

เบื้องหลังทุกบทความในบล็อก คือประสบการณ์ร่วมของทีมงานมืออาชีพและผู้ที่หลงใหลในตลาดการเงินที่ TIOmarkets เราคือทีมงานที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นในการให้ความรู้เกี่ยวกับการเทรดและการวิเคราะห์ตลาดการเงินแก่คุณ เป้าหมายของเราคือส่งมอบความรู้ที่จำเป็น เพื่อให้คุณมีความมั่นใจในการเทรดในตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
Related Posts





